SEO

วิธีใช้ Ahrefs วิเคราะห์ Backlink และทำ Keyword Research อย่างมืออาชีพ

เผยแพร่ 8 มิถุนายน 2569อ่าน 11 นาที
ภาพเครื่องมือ Ahrefs แสดงฟีเจอร์ Site Explorer และ Keywords Explorer

ไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่าการใช้ Ahrefs ให้ได้ผลสูงสุดต้องเริ่มจากจุดไหน บางคนเปิดเข้ามาเห็น Dashboard แล้วสับสนกับเมนูมากมาย แต่แท้จริงแล้วเครื่องมือนี้ถูกออกแบบให้ทำงานได้คล่องตัว เพียงแค่เข้าใจฟีเจอร์หลักสองอย่างคือ Backlink Analysis และ Keyword Research สามารถยกระดับกลยุทธ์ SEO ได้ทันที

Ahrefs ไม่ใช่แค่ที่เก็บข้อมูลลิงก์ แต่เป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของเว็บไซต์ตัวเองและคู่แข่ง ความท้าทายคือการตีความข้อมูล เพราะตัวเลขเยอะไปหมด ถ้าไม่รู้จัก Filter หรือวิธีอ่าน Metric ที่ถูกต้อง จะใช้เวลานานโดยไม่เห็นผล

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า Ahrefs ไม่ได้มีไว้แค่ดูตัวเลขสวยๆ แต่คือแหล่งข้อมูลที่นัก SEO ใช้ประกอบการตัดสินใจ ยิ่งเข้าใจความหมายของ Metric ต่างๆ และรู้จักวิธีการกรองข้อมูลที่เหมาะสม ยิ่งใช้เครื่องมือนี้ได้คุ้มค่า

บทความนี้รวบรวมเฉพาะวิธีใช้ Ahrefs ที่สำคัญที่สุดสำหรับการวิเคราะห์ backlink และการหาคีย์เวิร์ด โดยเน้นการทำงานจริง อ่านจบแล้วนำไปใช้ต่อได้ทันที

Ahrefs คืออะไร และเหตุใดจึงเป็นที่นิยม

Ahrefs เป็นชุดเครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์ที่ครบวงจร ฟีเจอร์ที่ถูกใช้งานมากที่สุดคือ Site Explorer สำหรับตรวจสอบ backlink และ Keywords Explorer สำหรับวิจัยคีย์เวิร์ด นอกจากนี้ยังมี Site Audit ตรวจสอบสุขภาพเว็บ Rank Tracker ติดตามอันดับ และ Content Explorer ใช้หาเนื้อหายอดนิยม

จุดแข็งของ Ahrefs อยู่ที่ฐานข้อมูล backlink ที่มีขนาดใหญ่และอัปเดตบ่อย ทำให้ข้อมูลที่ได้แม่นยำและทันสมัย การรู้จักใช้เครื่องมือเหล่านี้ช่วยลดเวลาในการรวบรวมข้อมูล และช่วยให้ค้นพบโอกาสทาง SEO ที่ซ่อนอยู่

การอัปเดตดัชนีของ Ahrefs ทำได้รวดเร็ว โดยเฉพาะข้อมูล backlink ใหม่จะปรากฏภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังถูกค้นพบ ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของลิงก์ได้ทันเวลา นอกจากนี้เครื่องมือยังมี Batch Analysis สำหรับวิเคราะห์หลาย URL พร้อมกัน และ Domain Comparison สำหรับเปรียบเทียบหลายโดเมน

สำหรับคนที่ทำเว็บไซต์ภาษาไทย Ahrefs รองรับการวิเคราะห์เว็บภาษาไทยได้ดี สามารถกรองลิงก์ตามภาษาไทยเพื่อดูเฉพาะลิงก์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดในประเทศ ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับธุรกิจที่เน้นกลุ่มลูกค้าไทย

เริ่มต้นด้วยการเข้าไปที่ Site Explorer ป้อน URL ที่ต้องการวิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของตัวเองหรือคู่แข่ง จากนั้นเลือกโปรไฟล์ (Google / YouTube) ระบบจะแสดงภาพรวมของเว็บไซต์นั้น

สิ่งแรกที่ควรดูในหน้า Overview คือ Domain Rating (DR) และ Referring Domains DR บอกถึงความแข็งแกร่งของโปรไฟล์ลิงก์ทั้งโดเมน ส่วน Referring Domains คือจำนวนเว็บไซต์ที่ลิงก์มา ตัวเลขทั้งสองนี้เป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นว่าอำนาจเว็บไซต์อยู่ในระดับใด

เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างระหว่าง Metric ต่างๆ ดูตารางนี้:

Metricความหมายการใช้งาน
Domain Rating (DR)ความแข็งแกร่งของโปรไฟล์ลิงก์ทั้งโดเมนใช้ประเมินคุณภาพเว็บที่ลิงก์มา
URL Rating (UR)ความแข็งแกร่งของ URL เดียวใช้ดูพลังของลิงก์แต่ละหน้า
Referring Domainsจำนวนเว็บไซต์ที่ลิงก์มาใช้วัดความหลากหลายของลิงก์
Backlinksจำนวนลิงก์ทั้งหมด (รวมหลายลิงก์จากโดเมนเดียวกัน)ใช้ดูลักษณะการเชื่อมโยง

การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง DR และ UR ช่วยให้ประเมินประสิทธิภาพของลิงก์แต่ละจุดได้แม่นยำขึ้น เช่น ถ้าลิงก์มาในหน้าเพจที่มี UR สูงแต่ DR ต่ำ แสดงว่าลิงก์นั้นอาจไม่มีผลมากเท่ากับลิงก์จากโดเมนที่แข็งแกร่ง

  • เข้าไปที่เมนู Backlinks เพื่อดูรายละเอียดลิงก์ทั้งหมด ใช้ฟิลเตอร์ด้านบนเพื่อเลือกเฉพาะลิงก์แบบ Dofollow, Nofollow หรือลิงก์ที่มี DR สูง
  • ใช้ฟังก์ชัน Lost & New เพื่อดูว่ามีลิงก์ที่หายไปหรือเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาไหน การกู้คืนลิงก์ที่เสียไปอาจช่วยรักษาอันดับได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นลิงก์จากเว็บคุณภาพ
  • ไปที่ Referring Domains เรียงลำดับตาม DR จากมากไปน้อย เพื่อดูว่าลิงก์ที่ทรงพลังที่สุดของเว็บไซต์นั้นมาจากไหน ตรวจสอบ anchor text ที่ใช้
  • กรองตามภาษาไทย โดยใช้ฟิลเตอร์ Language เลือก Thai เพื่อดูเฉพาะลิงก์จากเว็บไทย
  • ใช้ Link Intersect โดยเลือก mode Target: URL of Competitor และตั้งเป้าหมายเป็นเว็บของเรา ระบบจะแสดงเว็บที่ลิงก์ไปยังคู่แข่งแต่ไม่ลิงก์มาหาเรา รายชื่อนี้สามารถนำมาสร้าง Outreach เพื่อขอ backlink

อย่ามองแต่จำนวนลิงก์ทั้งหมด เพราะลิงก์จากเว็บที่มี DR ต่ำแทบไม่มีผลต่ออันดับ ให้เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

นอกจากนี้ Best by Links ใน Site Explorer จะช่วยให้รู้ว่าหน้าใดในเว็บไซต์มีจำนวนลิงก์มากที่สุด ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการวางโครงสร้างลิงก์ภายในและภายนอก

การหา Broken Backlinks ใน Site Explorer ด้วยฟิลเตอร์ประเภท Broken จะแสดงลิงก์ที่ชี้ไปยังหน้าที่เสียแล้วของเว็บไซต์เป้าหมาย จากนั้นสามารถวิเคราะห์ว่าลิงก์เหล่านั้นมาจากเว็บใดและเสนอหน้าเว็บของเราเป็นทางเลือก ซึ่งเป็นวิธีสร้างลิงก์ที่ได้ผลดีเพราะเจ้าของเว็บมักต้องการทางเลือกทดแทนลิงก์ที่เสีย

การวิเคราะห์ Anchor Text ในภาพรวมช่วยให้เห็นสัดส่วนของ anchor แบบ Brand, Generic, หรือ Exact match ข้อมูลนี้บอกถึงความเสี่ยงจากการถูกลงโทษ หรือโอกาสในการปรับสมดุลของลิงก์ ถ้าพบว่า Exact match มากเกินไป ควรกระจายลิงก์ให้มีความหลากหลาย

การดู Backlink History ใน Site Explorer ด้วยกราฟย้อนหลังจะแสดงแนวโน้มการเติบโตของลิงก์ ช่วยให้รู้ว่าการทำ SEO ในอดีตเป็นอย่างไร และมีลิงก์เพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อใด

การตั้งค่า Alerts ในโปรไฟล์ช่วยให้ได้รับแจ้งเตือนเมื่อเว็บไซต์เสียลิงก์สำคัญหรือได้รับลิงก์ใหม่จากแหล่งที่ไม่รู้จัก รวมถึงสามารถติดตามลิงก์ของคู่แข่งได้ การแจ้งเตือนแบ่งระดับความสำคัญได้ ช่วยให้ไม่พลาดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่ม backlink คุณภาพจากเว็บไซต์ไทย การใช้บริการ Guest Post เป็นอีกวิธีที่ได้ผลดี ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่รวบรวมเว็บไทย DR40+ เช่น tanjen.net ที่เปิดให้ลงบทความในหลายหมวดหมู่ ช่วยเพิ่ม DR และสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้ Ahrefs สำหรับวิจัยคีย์เวิร์ดอย่างมืออาชีพ

Keywords Explorer เป็นเครื่องมือสำหรับค้นหาคีย์เวิร์ดที่ผู้คนค้นหา พร้อมประเมินความยากในการแข่งขัน ขั้นตอนการใช้งานมีดังนี้

ขั้นตอนการทำ Keyword Research

  1. เปิด Keywords Explorer แล้วป้อนคีย์เวิร์ดหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
  2. ตรวจสอบแท็บ Phrase Match เพื่อดูคีย์เวิร์ดใกล้เคียง หรือ Also Rank For เพื่อดูว่าหน้า Ranking ติดอันดับคีย์เวิร์ดใดอีกบ้าง
  3. ดูค่า Keyword Difficulty (KD) ซึ่งมีตั้งแต่ 0–100 สำหรับเว็บไซต์ใหม่ควรเลือก KD ต่ำกว่า 30-40
  4. ตรวจสอบ Volume และ Clicks เพื่อประเมินจำนวนคนค้นหาและจำนวนคลิกจริง เพราะบางคีย์เวิร์ดมี Volume สูงแต่ Clicks ต่ำเนื่องจาก SERP Features อย่าง Featured Snippet หรือวิดีโอ
  5. เปิด SERP Overview ดูว่าหน้าผลลัพธ์มี Featured Snippet, Image Pack, Video หรือโฆษณา เพื่อวางแผนรูปแบบเนื้อหา
  6. ใช้ Parent Topic เพื่อดูว่าคีย์เวิร์ดนี้เป็นส่วนหนึ่งของหัวข้ออะไร การทำเนื้อหาครอบคลุม Parent Topic จะช่วยเพิ่มโอกาสติดอันดับหลายคำย่อย

เคล็ดลับการเลือกคีย์เวิร์ด

  • เลือกคีย์เวิร์ดที่มี Volume 50–100 ต่อเดือนขึ้นไป และมี Return Rate ต่ำ เพราะหมายถึงผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนบ่อย โอกาสรักษาอันดับได้ดี
  • ใช้ Content Gap โดยใส่ URL เว็บไซต์ของตัวเองและเว็บคู่แข่งหนึ่งหรือหลายเว็บ เครื่องมือจะแสดงคีย์เวิร์ดที่เว็บอื่นติดอันดับแต่เราไม่มี ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างเนื้อหาใหม่
  • คีย์เวิร์ดแบบ Long-tail มักแข่งขันน้อยกว่าและมีอัตราการแปลงสูงกว่า เนื่องจากผู้ค้นหามีความตั้งใจชัดเจน
  • ตั้งค่า Country filter เป็น Thailand เพื่อดูเฉพาะข้อมูลจากประเทศไทย และใช้ Language filter เป็น Thai ได้
  • ใช้แท็บ Questions เพื่อหาคำถามที่ผู้คนค้นหา ใช้ทำ FAQ หรือบทความแบบตอบคำถาม เช่น "ครีมกันแดดแบบไหนดี" หรือ "วิตามินซีกินตอนไหนดี"
  • ใช้ Export เพื่อนำรายการคีย์เวิร์ดไปจัดกลุ่มหรือวิเคราะห์ต่อในเครื่องมืออื่น
  • ดู Related Searches เพื่อหาคีย์เวิร์ดที่มักค้นหาควบคู่กัน ซึ่งช่วยขยายขอบเขตเนื้อหา

การทำวิจัยคีย์เวิร์ดที่ดีจะช่วยวางแผนเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ เป็นพื้นฐานสำคัญของ seo ธุรกิจ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การใช้ Site Audit และ Rank Tracker ติดตามผล SEO

Site Audit ช่วยสแกนเว็บไซต์เพื่อหาข้อผิดพลาดทางเทคนิคที่อาจส่งผลต่ออันดับ เริ่มต้นด้วยการตั้งค่าโปรเจกต์ เลือกจำนวนหน้าที่ต้องการสแกน (สูงสุดตามแผน) และกำหนด Crawl Settings เช่น เลือก Crawl Subfolder หรือปรับ Crawl Speed เพื่อไม่ให้โหลดเซิร์ฟเวอร์มากเกินไป ระบบจะรายงานปัญหาต่างๆ เช่น Meta Title ซ้ำ, Missing Alt Text, Redirect Chain, Broken Links, หน้าที่โหลดช้า, หรือ H1 ที่ไม่เหมาะสม ควรตรวจสอบ Site Audit อย่างน้อยเดือนละครั้ง และแก้ไขข้อผิดพลาดตามลำดับความสำคัญ (Error ก่อน Warning) การจัดการ on-page issues จะช่วยให้ SEO มีรากฐานที่แข็งแรงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของ on-page off-page seo

Rank Tracker ใช้ติดตามอันดับของคีย์เวิร์ดที่เลือกบน Search Engine ที่กำหนด (เช่น Google.co.th, Google.com) เพิ่มคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง ตั้งความถี่ในการตรวจสอบ (เช่น ทุกสัปดาห์) ระบบจะแสดงกราฟแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงอันดับในแต่ละช่วงเวลา ทำให้เห็นผลกระทบจากการปรับแต่งเว็บไซต์หรือจากปัจจัยภายนอกได้ชัดเจน สามารถ Export รายงานเพื่อนำไปนำเสนอลูกค้าหรือทีมงานได้

เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อใช้ Ahrefs อย่างคุ้มค่า

  • Alerts ตั้งแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง backlink ไม่ว่าจะเป็นลิงก์เสียหรือลิงก์ใหม่ของคู่แข่ง รวมถึงการแจ้งเตือนเมื่อมีการกล่าวถึงแบรนด์ กำหนดระดับความสำคัญเพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญ
  • Content Explorer ใช้คำค้นภาษาไทยเพื่อหาเนื้อหาที่มียอดแชร์สูง ดู Linking Domains และ Social Share เพื่อเป็นแนวทางในการเขียนคอนเทนต์หรือหาโอกาสทำ Outreach สามารถกรองตามภาษาไทย ช่วงวันที่ และขนาดเนื้อหา
  • Export ข้อมูลจากเครื่องมือต่างๆ เช่น รายการ backlink หรือคีย์เวิร์ด นำไปวิเคราะห์ต่อใน Excel หรือ Google Sheets เพื่อกรองข้อมูลเพิ่ม หา Anchor Text Pattern หรือเปรียบเทียบสัดส่วน Dofollow/Nofollow
  • Batch Analysis ใช้สำหรับวิเคราะห์หลาย URL พร้อมกัน ประเมิน DR, UR, Traffic ได้รวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อต้องการเปรียบเทียบหลายหน้าในเว็บไซต์
  • Domain Comparison เปรียบเทียบโดเมนหลายแห่งเพื่อดูความแตกต่างของลิงก์และคีย์เวิร์ดที่พวกเขาติดอันดับ ช่วยให้เห็นจุดอ่อนของตัวเองเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

การทำงาน SEO ให้สำเร็จต้องอาศัยทั้งการวิเคราะห์ภายนอกและการปรับปรุงภายในเว็บไซต์ไปพร้อมกัน

สรุป

Ahrefs เป็นเครื่องมือที่มีพลังมาก ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีอาจเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แต่ถ้าเข้าใจวิธีใช้ทั้งในส่วนของ backlink และคีย์เวิร์ด จะช่วยให้การทำงาน SEO มีประสิทธิภาพมากขึ้นหลายเท่า

เริ่มจากการสำรวจโปรไฟล์ backlink ของตัวเองก่อน หาโอกาสปรับปรุง ต่อมาสร้างฐานข้อมูลคีย์เวิร์ดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ เมื่อเห็นข้อมูลจาก Ahrefs ให้นำไปปรับใช้จริง วัดผลด้วย Rank Tracker และพัฒนาเรื่อยๆ

อย่ามองว่าแค่มีเครื่องมือแล้วสำเร็จ เพราะ SEO ต้องอาศัยการลงมือทำและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ ลองตั้งเวลา 30 นาที เปิด Site Explorer ใส่ URL เว็บไซต์ตัวเอง ดู 5 หน้าแรกที่มี Backlinks มากที่สุด จากนั้นไปที่ Keywords Explorer ค้นหาคีย์เวิร์ดหลัก 10 คำที่เกี่ยวข้อง แล้วเริ่มเขียนเนื้อหา

Key Points:

  • รู้จัก Metric พื้นฐาน: DR, Referring Domains, KD ก่อนเริ่มใช้งาน
  • ใช้ Site Explorer วิเคราะห์ backlink คู่แข่งเพื่อหาโอกาสสร้างลิงก์
  • ใช้ Keywords Explorer เลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมด้วยการดู Volume และ KD
  • ตั้งค่า Alerts และ Rank Tracker เพื่อติดตามผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อย

บทความที่เกี่ยวข้อง

พร้อมเริ่มต้นหรือยัง

พร้อมดันเว็บของคุณให้ติดหน้าแรก Google?

เริ่มต้นสร้าง Backlink คุณภาพสูงวันนี้ ก้าวแรกสู่อันดับ Google หน้าแรก